รวม 8 ผักรักษาโรค สรรพคุณเริ่ด!

พูดถึงผักแล้วหลายๆ คนคงรู้ดีว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราแน่นอน ซึ่งผักลายๆ ชนิดนั้นมีสรรพคุณคล้ายๆ ยา ช่วยรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของเราได้โดยที่เราอาจไม่ต้องพึ่งยาให้ลำบากไตกันเลยทีเดียวแต่ ผักรักษาโรค ชนิดไหน รักษาอะไรได้บ้างวันนี้เราจะพาไปรู้จักกัน การกินผักนั้นส่งผลดีต่อร่างกายและสุขภาพ เพราะผักนั้นมีสรรพคุณและมีประโยชน์มากมาย แต่นอกจากประโยชน์ด้านสารอาหารแล้วนั้น รู้หรือไม่ว่าผักบางชนิดนั้นนั้นยังมีสรรพคุณรักษาอาการป่วยได้ ใครที่ป่วยอยู่แล้วอยากหายเร็วๆ  ลองกินผักเหล่านี้ดู อาจจะช่วยได้

รวม 8 ผักรักษาโรค สรรพคุณเริ่ด!

1.พราะผักนั้นมีสรรพคุณและมีประโยชน์มากมาย

กลุ่มวิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ศึกษาผลของมะระขี้นกในการรักษาโรคเบาหวาน โดยศึกษากลไกการออกฤทธิ์และประสิทธิภาพทางคลินิกของมะระขี้นก และพบว่า ในมะระขี้นกมีกลไกที่ออกฤทธิ์ต้านเบาหวานอยู่หลายทางด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเสริมการหลั่งอินซูลินของตับอ่อน เพิ่มความไวต่อการตอบสนองอินซูลินที่กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อไขมัน ลดการนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ เสริมการเผาผลาญน้ำตาล เพิ่มความทนต่อกลูโคส นอกจากนี้ยังยับยั้งการหลั่งกลูโคสในลำไส้เล็กและยับยั้งเอนไซม์กลูโคซิเดสได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณการใช้และระยะเวลาในการใช้มะระขี้นกต่อไปในอนาคต เพื่อที่จะสามารถใช้มะระขี้นกกับผู้ป่วยเบาหวานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยอย่างที่สุด

รวม 8 ผักรักษาโรค สรรพคุณเริ่ด!

2.ตำลึง : ลดน้ำตาลในเลือด

จากข้อมูลของสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า การศึกษาทางคลินิก ในอาสาสมัครสุขภาพดี ที่รับประทานอาหารเช้าที่มีตำลึงเป็นกับข้าว ปริมาณ 20 กรัม ผสมกับมะพร้าวและเกลือ พบว่า อาสาสมัครกลุ่มนี้มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอาสาสมัครที่กินอาหารเช้าโดยไม่มีตำลึงเป็นส่วนประกอบ และจากการทดลองนี้อาจแสดงว่า ตำลึงมีผลลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ส่วนการกินตำลึงลดน้ำตาลในเลือด ให้ใช้เถาแก่ของตำลึงประมาณครึ่งถ้วย นำมาต้มกับน้ำ หรือนำน้ำคั้นจากผลตำลึงดิบ ๆ มาดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

รวม 8 ผักรักษาโรค สรรพคุณเริ่ด!

3.หัวไชเท้า : ลดอาการอักเสบ

หัวไชเท้าเป็นผักที่เราเจอได้บ่อยในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว หรือในต้มจืด น้ำซุปข้าวมันไก่ เป็นต้น ซึ่งก็ถือว่าหัวไชเท้าเป็นผักที่หากินง่าย มีรสชาติหวาน อร่อย และยังมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการอักเสบในร่างกายได้ด้วย โดยจากการวิจัย พบว่า น้ำคั้นจากหัวไชเท้าหรือการกินหัวไชเท้ามีส่วนช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้ แถมยังช่วยแก้ปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อจากการเล่นกีฬาได้ด้วย

รวม 8 ผักรักษาโรค สรรพคุณเริ่ด!

4.หน่อไม้ฝรั่ง : แก้ท้องอืด

ใครที่มักจะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ กรด แก๊สในกระเพาะเยอะ อยากให้ลองกินหน่อไม้ฝรั่งเพื่อช่วยบรรเทาอาการที่ว่ามา เพราะหน่อไม้ฝรั่งมีไฟเบอร์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร และในหน่อไม้ฝรั่งยังมีคาร์โบไฮเดรตชนิดฟรุกโตโตโอลิโกแซคคาไรด์ ที่มีส่วนช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ พร้อมทั้งช่วยลดกรดและแก๊สในกระเพาะอาหาร แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้โดยไม่ต้องกินยา แต่นอกจากนี้แล้วหน่อไม้ฝรั่งยังมีสรรพคุณอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเยอะเลยนะ

รวม 8 ผักรักษาโรค สรรพคุณเริ่ด!
รวม 8 ผักรักษาโรค สรรพคุณเริ่ด!

5.ผักบุ้ง : บำรุงดวงตา

อยากมีสายตาดีให้กินผักบุ้ง เพราะผักบุ้งมีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งเบต้าแคโรทีนในผักบุ้งจะไปเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย แล้ววิตามินเอก็จะไปบำรุงสายตา รักษาอาการตาแห้ง ตาล้า บรรเทาอาการแสบตาจากภาวะตาแห้งได้ด้วย และยังไม่หมดแค่เท่านี้ สรรพคุณของผักบุ้งยังมีอีกมากเลยล่ะ

รวม 8 ผักรักษาโรค สรรพคุณเริ่ด!

6.กระเจี๊ยบเขียว : รักษาโรคกระเพาะ

สำหรับคนเป็นโรคกระเพาะ มีแผลในกระเพาะอาหาร กระเจี๊ยบเขียวช่วยบรรเทาได้ โดยการศึกษาพบว่า กระเจี๊ยบเขียวมีสารประกอบไกลโคไซเลต และไกลโคโปรตีน ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร (แบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร) ทำให้เชื้อแบคทีเรียตัวนี้เกาะเยื่อบุกระเพาะอาหารได้ยากกว่าปกติ อาการแผลในกระเพาะอาหารก็จะบรรเทาลง

ส่วนวิธีกินกระเจี๊ยบเขียวใครจะกินเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือนำกระเจี๊ยบเขียวมาหั่นเป็นแว่น ตากแดดให้แห้ง แล้วบดละเอียด จากนั้นตักผงกระเจี๊ยบเขียวมาละลายในน้ำต้มสุก นม หรือน้ำผลไม้ กินวันละ 3-4 ครั้งหลังอาหาร ก็แล้วแต่สะดวกเลย

7.ใบบัวบก : แก้ช้ำใน ลดเส้นเลือดขอด

7.ใบบัวบก : แก้ช้ำใน ลดเส้นเลือดขอด

เรามักจะได้ยินว่าใบบัวบกมีสรรพคุณแก้ช้ำใน ซึ่งนอกจากบรรเทาอาการช้ำในร่างกายแล้ว การศึกษาชิ้นหนึ่งยังพบว่า ใบบัวบกมีส่วนลดอาการเส้นเลือดขอดได้ โดยได้ทำการทดลองกับอาสาสมัคร 90 คน แบ่งให้กลุ่มหนึ่งรับประทานใบบัวบก และอีกกลุ่มหนึ่งรับประทานยาหลอก จากนั้นก็ทำการอัลตราซาวด์หลอดเลือด แล้วพบว่า กลุ่มที่รับประทานใบบัวบกมีการรั่วไหลของหลอดเลือดดำลดลง อาการเส้นเลือดขอดก็บรรเทาลงด้วย

8.ขี้เหล็ก : แก้ท้องผูก นอนไม่หลับ

8.ขี้เหล็ก : แก้ท้องผูก นอนไม่หลับ

แม้ขี้เหล็กจะมีรสขม แต่สรรพคุณจมเลยนะจะบอกให้ โดยเฉพาะคนที่มีอาการท้องผูกบ่อย ๆ กินขี้เหล็กเข้าไปจะช่วยให้การขับถ่ายเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพราะใบขี้เหล็กมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ บวกกับกากใยในใบขี้เหล็กที่มีค่อนข้างมาก จึงทำให้ใบขี้เหล็กช่วยแก้ท้องผูกได้ ทั้งนี้อาจจะกินแกงขี้เหล็ก หรือนำใบขี้เหล็ก 3-4 ใบ ต้มกับน้ำ 1 1/2 แก้ว แล้วเติมเกลือเล็กน้อย จากนั้นดื่มหลังตื่นนอนหรือหลังอาหารเช้าวันละครั้ง

ส่วนประโยชน์เด่นๆ ของใบขี้เหล็กอีกอย่างก็คือแก้นอนไม่หลับ โดยการวิจัยของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พบว่า ใบอ่อนและดอกอ่อนของขี้เหล็กมีสารช่วยคลายเครียด อีกทั้งยังมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อน ๆ อีกด้วยนะคะ แต่ใครอยากกินขี้เหล็กแก้นอนไม่หลับ แนะนำให้ใช้ใบขี้เหล็กแห้งหรือใบขี้เหล็กสด 50 กรัม ต้มกับน้ำพอท่วม แล้วดื่มก่อนนอน เพราะใบขี้เหล็กในแกงขี้เหล็กส่วนมากจะถูกต้มน้ำทิ้งเพื่อลดความขมไปก่อน ซึ่งอาจทำให้สารช่วยให้นอนหลับในใบขี้เหล็กเจือจางเกินไป ดังนั้นควรจะต้มใบขี้เหล็กดื่มแก้นอนไม่หลับไปเลย

บรรดาผักรักษาโรคนั้นยังมีอีกมากมายหลายชนิดด้วยกัน อย่างที่รู้กันว่าผักนั้นมีประโยชน์และสรรพคุณดีๆ ต่อร่างกายและสุขภาพของเราในหลายๆ ด้าน ใครที่อยากดูแลสุขภาพ บรรเทาอาการป่วยของตัวเอง อย่าลืมหันมาทานผักกันเยอะๆ ด้วยนะ

คราวนี้มาดูเรื่องของงูกันบ้างใครที่อาศัยอยู่ในที่ที่ในต้นไม้เยอะควรทำเข้าใจเรื่องงูมีพิษ สุดอันตรายมนุษย์เราสามารถเจอกับงูได้ทุกที่ทุกเวลา แต่เราไม่สามารถรู้ได้ ว่างูชนิดไหนพิษร้ายแรงเพียงใด

เรื่องที่น่าสนใจ : ทำงานประจำก็มีธุรกิจของตัวเองได้ กับ 6 เคล็ดลับนี้!