ผักและผลไม้ที่มีวิตามินสูง

ผักและผลไม้ที่มีวิตามินสูง

ผักและผลไม้ที่มีวิตามินสูง วิตามินซีทำให้ผิวพรรณดีขึ้นได้ นอกจากนั้นแล้ว วิตามินซียังมีคุณสมบัติหลายอย่าง ที่จำเป็นต่อร่างกายของเรา และการได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายเอง ก็มีหลายรูปแบบในปัจจุบัน

วิตามินซีสามารถหาได้ง่ายจากธรรมชาติใกล้ตัวเรา ด้วยผักและผลไม้ การกินผักและผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะ ก็จะทำให้ร่างกายนั้น ได้รับวิตามินซีตามความเหมาะสมของร่างกายได้

ทำความรู้จักกับวิตามินซี

วิตามินซี หรือชื่อเต็มว่ากรดแอสคอบิค (Ascobic Acid) เป็นวิตามินที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง แต่มีความสำคัญอย่างมากกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ด้วยความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายได้รับจากกระบวนการสันดาปของร่างกายและจากมลพิษต่างๆ ที่จะส่งผลให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพ ชะลอริ้วรอยและความแก่ชรา ส่งผลให้มีผิวพรรณที่มีสุขภาพดีขึ้นได้

ทำไมเราถึงต้องการวิตามินซี

นอกจากประโยชน์ในเรื่องของผิวแล้ว วิตามินซียังมีส่วนช่วยในการ ป้องกันหวัด เนื่องจากคุณสมบัติที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคอื่นๆ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคที่มาจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย เส้นเลือดอุดตันในหลอดลม เป็นต้น  

แหล่งวิตามินซีใกล้ตัวที่เราสามารถพบได้ตามผักและผลไม้ โดยหาซื้อง่ายและมีอยู่ทั่วไปในประเทศไทยที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าผักและผลไม้บางชนิดก็มีวิตามินซีอยู่ในปริมาณที่ร่างกายต้องการใช้งานได้

ผักที่มีวิตามินซีสูง

   1. พริกหวาน

พริกหวาน วิตามินซี 80.4 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม แม้จะชื่อว่าพริกหวาน แต่ก็มีรสชาติที่ไม่เผ็ดเหมือนชื่อ พริกหวานสามารถกินได้ทั้งแบบสด ๆ และปรุงสุกในเมนูอาหาร โดยปกติแล้ว จะมีสีเขียวเมื่อสุกแล้วจะมีสีแดง ปัจจุบันมีการปรับปรุงพันธุ์ขึ้นใหม่ ทำให้พริกหวาน มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีม่วง ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 เหล็ก และโพแทสเซียม โดยพริกหวานผลที่แก่แล้ว จะมีสีแดง เหลือง ส้ม หรือม่วงจะให้วิตามินซีเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

   2. บรอกโคลี

บรอกโคลี วิตามินซี 89.2 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ผักที่มีดอกสีเขียวนี้ อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารหลายชนิด ซึ่งพบได้ทั้งส่วนดอกและลำต้น การกินควรกินทั้งส่วนดอก และลำต้นร่วมกัน จะช่วยต้านโรคมะเร็งได้ บร็อคโคลีเป็นผักที่ไม่ควรนำไปปรุงอาหารด้วยความร้อนที่นานเกินไป เพราะจะทำให้เสียวิตามิน และคุณค่าทางอาหาร

   3. ผักคะน้า

ผักคะน้า วิตามินซี 147 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ผักคะน้าสามารถกินได้ตั้งแต่ยังมีขนาดเล็ก จนกระทั่งออกดอก กับคุณสมบัติที่ช่วยต้านการเกิดมะเร็ง ช่วยให้เซลล์ทำงานได้ดี และกำจัดสารพิษในร่างกาย ผักคะน้าสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายชนิด แต่ควรล้างให้สะอาด เพื่อช่วยลดการตกค้างของสารเคมีก่อนทุกครั้ง

   4. ผักปวยเล้ง  

ผักคะน้า วิตามินซี 147 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ผักปวยเล้งอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ อย่าง เหล็ก แคลเซียม โพแทสเซียม และยังมีกรดโฟลิกที่เป็นส่วนประกอบที่จำเป็น ในการสร้างสารซีโรโทนิน ในระบบเซลล์ประสาท ซึ่งทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย และนอนหลับได้สนิท

   5. ใบมะรุม

ใบมะรุม วิตามินซี 141 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม มะรุมเป็นพืชพื้นบ้าน ที่นิยมนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง โดยทุกส่วนของต้นมะรุมสามารถกินได้ ใบของมะรุมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ลดไข้ ช่วยให้นอนหลับสบาย ป้องกันแผลในกระเพราะอาหาร และช่วยต้านอนุมูลอิสระได้

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

  1. ส้ม

ส้ม วิตามินซี 53.2 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ส้มเป็นผลไม้ยอดฮิต ที่คนไทยนิยมกิน ด้วยรสชาติเปรี้ยวหวาน ที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด และมีให้เลือกกินหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมีใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน โดยสามารถกินได้ทั้งจากผลส้ม หรือคั้นเป็นน้ำก็ได้

   2. มะขามป้อม

มะขามป้อม วิตามินซี 276 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม มะขามป้อมเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก และถูกใช้เป็นส่วนประกอบ ของยารักษาโรคหลายชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ วัณโรค แก้ไอ ภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นต้น โดยพบว่าในผลของมะขามป้อม มีสารป้องการเกิดออกซิไดซ์ของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีไม่เสื่อมสภาพ แม้จะถูกความร้อน  

   3. สตรอเบอร์รี่

สตรอเบอร์รี่ วิตามินซี 58.8 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม สตรอเบอร์รี่ถือว่าเป็นผลไม่ที่อุดมไปด้วยโภชนาการที่หลากหลาย ทั้งวิตามิน และแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ที่ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง ช่วยในการบำรุงดวงตา และลดการเสื่อมสภาพของดวงตา และพบว่าในสตรอเบอร์รี่สด จะให้วิตามินในปริมาณมาก

   4. ฝรั่ง

ฝรั่ง วิตามินซี 160 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม แม้ฝรั่งจะเป็นผลไม้ที่ไม่มีรสเปรี้ยว แต่ก็อุดมไปด้วยวิตามินซีในปริมาณมาก โดยพบได้บริเวณเปลือกของฝรั่ง แต่เมื่อฝรั่งสุกแล้ว จะมีปริมาณวิตามินซีที่น้อยลง หรือฝรั่งที่ตัดออกจากต้นแล้ว ทิ้งไว้เป็นเวลานาน ก็จะทำให้วิตามินซีเสื่อมสภาพลงได้

   5. ลิ้นจี่

ลิ้นจี่ วิตามินซี 71.5 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ลิ้นจี่เพียงวันละ 3 ผลก็ได้รับปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายต้องการได้ ด้วยรสชาติที่หวานหอม และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินบี 1 ที่ช่วยป้องกันอาการเหน็บชา นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงหลอดเลือด กระดูก ฟัน

แม้ว่าร่างกายของเรา จะไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีมาใช้งานได้ แต่วิตามินซีก็ยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และเรื่องผิวพรรณที่ดีขึ้น การรับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหารอย่างผักและผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะสม ก็ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีได้

การกินวิตามินจากผักและผลไม้ จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน จากแหล่งธรรมชาติที่ดี แต่ต้องระมัดระวังเรื่องของสารเคมี จากการเพาะปลูกให้ดี ก่อนนำมากินทุกครั้งควรนำไปล้างให้สะอาดอย่างถูกวิธี และเข้าใจวิธีการนำไปประกอบอาหารเหมาะสม เพื่อไม่ให้สารอาหารรวมถึงวิตามินซี เสื่อมสภาพได้ง่าย 10 ผลไม้น้ำตาลน้อย กินแค่ไหนก็ไม่อ้วน

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : ศิลปะการตกแต่งอาหาร เพิ่มคุณค่าของเมนูให้สูงขึ้น